โครงการบ้านมั่นคง ชุมชนท่าวัง

 

ที่นี่คือ ชุมชนท่าวัง อดีตเคยเป็นท่านํ้าของวัง คือวังท่าพระ เป็นชุมชนเก่าแก่อายุกว่า ๑๐๐ ปี อดีตเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยของข้าราชบริพารของวังท่าพระและพระบรมมหาราชวัง โดยมีหน้าที่รับใช้ ทำความสะอาด ช่วยเหลืองานครัว และแรงงานต่าง ๆ ในงานพระราชพิธี สันนิษฐานว่าเดิมพื้นที่นี้เป็นแนวกำแพงฉนวนคู่ของวังท่าพระ เพื่อเป็นทางเดินไปพระตำหนักริมนํ้า ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นที่เช่าอยู่อาศัยของข้าราชบริพารในพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ท่าวังเป็นชุมชนขนาด ๘๑ หลังคาเรือน อาศัยในพื้นที่โดยรวมประมาณ ๑ ไร่ ซึ่งแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็น ๓ ส่วน คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ๒๒ ครัวเรือน มหาวิทยาลัยศิลปากร ๔๓ ครัวเรือน และกรมการขนส่งทางนํ้าและพาณิชยนาวี ๑๖ หลังคาเรือน เมื่อวังท่าพระได้ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ชาวชุมชนท่าวังซึ่งยังคงอาศัยอยู่ที่เดิมจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอาชีพมาเป็นรับจ้างและค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ในพื้นที่บริเวณโดยรอบชุมชน

 

ปัญหาของชุมชนท่าวัง

ปัญหาสาหัสของชุมชนท่าวังคือความทรุดโทรมและแออัดของที่พักอาศัย ระบบระบายอากาศไม่ดี ระบบสาธารณูปโภคยํ่าแย่ มีนํ้าท่วมขังที่เอ่อท้นจากแม่นํ้าเจ้าพระยาเป็นประจำทุกปี ปัญหาขยะ ทางเดินคับแคบ ไม่มีการบำบัดนํ้าเสียก่อนปล่อยทิ้ง ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางของชุมชนในการประกอบกิจกรรมทางสังคม แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ การไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของทั้ง ๓ เจ้าของ ชาวบ้านที่เช่าพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินฯจ่ายค่าเช่าเดือนต่อเดือนอาจยังไม่รู้สึกกระทบใจมากเท่าคนอื่น แต่ชาวบ้านในพื้นที่มหาวิทยาลัยศิลปากร พวกเขาอยู่อาศัยในฐานะเสมือนผู้บุกรุกมากว่า ๔๐ ปีแล้ว นับแต่วังท่าพระเปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัย สัญญาเช่าเป็นอันยกเลิก ชาวบ้านจึงอยู่อาศัยโดยไม่ได้มีการเก็บค่าเช่าอีกเลย ส่วนกลุ่มบ้านในพื้นที่ริมแม่นํ้าของกรมการขนส่งทางนํ้าฯก็ชัดเจนว่าเป็นผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะตามกฎหมาย

 

กระบวนการออกแบบ

กระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งภาพเขียนทัศนียภาพ - เปอร์สเป็คทีฟ และแบบจำลองบ้าน - โมเดล เป็นเครื่องมือสื่อสารกับชาวบ้านที่ทำให้เห็นภาพรูปธรรม ปรับปรุงชุมชนด้วยการรื้อบ้านสร้างใหม่เป็นบ้าน ๓ ชั้นที่สวยงามและเป็นระเบียบในงบประมาณที่ไม่เกินเอื้อม ได้สร้างแรงกระตุ้นให้ชาวท่าวังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ตามเงื่อนไข เกิดการเจรจากับเจ้าของพื้นที่เพื่อขอเช่าระยะยาว และทำแนวทางการประสานประโยชน์ (Land sharing) โดยการยกพื้นที่บางส่วนคืนให้มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ใช้ประโยชน์ แต่แนวทางการรื้อสร้างใหม่พบอุปสรรค เนื่องจากมีแนวกำแพงโบราณอยู่ในชุมชน แม้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน แต่อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกระงับการก่อสร้าง และชาวบ้านอาจไม่สามารถอยู่ในพื้นที่เดิมได้อีก

 

ทางเลือกที่ทำได้คือ แนวทางการปรับปรุงในที่ดินเดิม (Upgrading) โดยยึดหลักการรักษาเสน่ห์และเอกลักษณ์ความเป็นชุมชนชาวตรอก การออกแบบอาคารให้สอดคล้องกลมกลืนกับบริบทที่อยู่ใกล้เคียง อย่างเช่น แนวกำแพงโบราณ หรืออาคารอนุรักษ์ย่านท่าช้างและหน้าพระลาน การสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสุขภาวะที่ดีในการอาศัย แต่ก่อนที่การปรับปรุงชุมชนจะเริ่มขึ้น กลับพบประเด็นเนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรจะให้ชุมชนเช่าพื้นที่ได้ก็ต่อเมื่อคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์แล้วเท่านั้น ซึ่งคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเห็นว่าเป็นไปได้ยากที่จะทำเช่นนั้น

 

 

Location: เขตพระนคร กรุงเทพฯ
Year
Client/Owner:
Status:
Building Area:
Project Value:
Collaborators: